
โบท็อกซ์ลดเหงื่อ
จุดเด่น
ลดเหงื่อบริเวณมือ เท้า หนังศีรษะ รักแร้ และ
บริเวณใบหน้า
ช่วยยับยั้งสารสื่อประสาทที่กระตุ้นการทำงานของต่อมเหงื่อ
ทำเพียง 1 ครั้งให้ผลลัพธ์ยาวนานประมาณ
3 เดือน
เพิ่มเติม
เลเซอร์ลดรอยคล้ำใต้วงแขน
ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ คืออะไร?
ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ หรือ Hyperhydrosis คือ ภาวะที่ร่างกายผลิตเหงื่อออกมามากเกินความจำเป็นจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน หากมีเหงื่อออกมากทั่วร่างกาย จะเรียกว่า ภาวะเหงื่อออกมากทั่วร่างกาย (Generalized Hyperhydrosis) ส่วนผู้ที่มีเหงื่อออกมากเฉพาะบริเวณ เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รักแร้ หนังศีรษะ หรือบริเวณใบหน้า
จะเรียกว่าภาวะเหงื่อออกมากเฉพาะที่ (Localized Hyperhidrosis)

อาการของภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ
โบท็อกซ์รักษาภาวะเหงื่อออกมาก เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมากชนิดปฐมภูมิเท่านั้น
ภาวะเหงื่อออกมากชนิดปฐมภูมิ คือภาวะเหงื่อออกแบบไม่มีโรคประจำตัวเป็นสาเหตุ แต่จะเหงื่อออกมากผิดปกติเมื่อออกกำลังกาย เจออากาศร้อน หรืออยู่ในภาวะเครียด ตื่นเต้น หรือวิตกกังวล ในกรณีนี้จะสามารถรักษาได้ด้วยโบท็อกซ์ลดเหงื่อได้
ส่วนภาวะเหงื่อออกมากชนิดทุติยภูมิ จะเป็นภาวะที่มีโรคประจำตัว หรือความผิดปกติอื่นควบคู่ ดังนั้นแนะนำให้รักษาโรคต้นเหตุก่อนเป็นอันดับแรก

หลักการรักษาโบท็อกซ์ลดเหงื่อ
ยับยั้งสารสื่อประสาทที่สั่งการให้ต่อมเหงื่อทำงาน!
การที่ต่อมเหงื่อจะหลั่งเหงื่อออกมาได้นั้นจะต้องอาศัย อะเซทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในการส่งสัญญาณ ซึ่งกรณีนี้ โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์โดย ยับยั้งการส่งผ่านอะเซทิลโคลีนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ต่อมเหงื่อได้รับสัญญาณลดลง ส่งผลให้เหงื่อออกน้อยลง
โดยทั่วไป ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แนะนำให้ติดตามและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อคงประสิทธิภาพของการรักษาไว้ต่อเนื่อง
แนะนำสำหรับผู้ที่
มีเหงื่อออกมากที่รักแร้, ฝ่ามือ, ฝ่าเท้า
ต้องการ รักษาภาวะเหงื่อออกมาก ก่อนวันสำคัญ (D-Day)
ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยในช่วงหน้าร้อน เพราะเหงื่อออกมากผิดปกติ
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

พักฟื้นน้อยใช้ชีวิตต่อได้ทันที
Q&A
นอกจากโบท็อกซ์ลดเหงื่อแล้ว มีวิธีรักษาอื่นอีกหรือไม่?
มียารับประทานที่มีส่วนผสมของ Glycopyrrolate หรือ Ditripan ซึ่งออกฤทธิ์เป็นยากลุ่มต้านโคลิเนอร์จิก ซึ่งช่วยยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อช่วยภาวะเหงื่อออกมากได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยาจะออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย จึงควรระวังโดยเฉพาะผู้ที่มีอาการตาแห้ง และอาจมีผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น ปากแห้ง หรือ ท้องผูก เป็นต้น
ข้อดีของโบท็อกซ์ในการรักษาภาวะเหงื่อออกมาก
ในกรณีที่มีภาวะเหงื่อออกมากเฉพาะที่ การรักษาด้วยโบท็อกซ์จะได้รับผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ยาทาหรือรับประทาน เมื่อยับยั้งเหงื่อในบริเวณหนึ่ง ร่างกายอาจมีเหงื่อออกมากขึ้นในบริเวณอื่น ซึ่งส่วนนี้จะเรียกว่า ภาวะเหงื่อออกชดเชย อย่างไรก็ตาม โบท็อกซ์มีข้อดีคือ เกิดภาวะเหงื่อออกชดเชยค่อนข้างต่ำ
กลัวการดื้อโบท็อกซ์!
โอกาสการดื้อโบท็อกซ์จะเกิดขึ้นต่อเมื่อฉีดในปริปริมาณมากขึ้นและฉีดบ่อยขึ้น โดยคำว่า "ฉีดถี่" หมายถึงการฉีดห่างกันน้อยกว่า 1 เดือน โดยทั่วไปแล้วปริมาณโบท็อกซ์ที่ใช้เพื่อความงามบนใบหน้าจะใช้เพียง 10-50 ยูนิต ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมาก ดังนั้นความเป็นไปได้ในการดื้อยาจึงต่ำมาก ส่วนบอดี้โบท็อกซ์ หากใช้ไม่เกิน 300 ยูนิตต่อครั้ง ก็จะเกิดโอกาสการดื้อโบท็อกซ์ต่ำเช่นกัน ดังนั้นไม่ต้องกังวล
ควรฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อช่วงไหนดี?
แนะนำให้วางแผนรักษาให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เหงื่อออกมากของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป การรักษาปีละ 1-2 ครั้งก็สามารถช่วยควบคุมภาวะเหงื่อออกมากได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเริ่มมีเหงื่อออกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม หรือ มิถุนายน การฉีดโบท็อกซ์ในช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยควบคุมการทำงานของต่อมเหงื่อในช่วงฤดูร้อน ทำให้ใช้ชีวิตได้สบายตัวและรู้สึกมั่นใจได้ยิ่งขึ้น

โบท็อกซ์ลดเหงื่อ
จุดเด่น
ลดเหงื่อบริเวณมือ เท้า หนังศีรษะ รักแร้ และ
บริเวณใบหน้า
ช่วยยับยั้งสารสื่อประสาทที่กระตุ้นการทำงานของต่อมเหงื่อ
ทำเพียง 1 ครั้งให้ผลลัพธ์ยาวนานประมาณ
3 เดือน
เพิ่มเติม
เลเซอร์ลดรอยคล้ำใต้วงแขน
ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ คืออะไร?
ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ หรือ Hyperhydrosis คือ ภาวะที่ร่างกายผลิตเหงื่อออกมามากเกินความจำเป็นจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน หากมีเหงื่อออกมากทั่วร่างกาย จะเรียกว่า ภาวะเหงื่อออกมากทั่วร่างกาย (Generalized Hyperhydrosis) ส่วนผู้ที่มีเหงื่อออกมากเฉพาะบริเวณ เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รักแร้ หนังศีรษะ หรือบริเวณใบหน้า
จะเรียกว่าภาวะเหงื่อออกมากเฉพาะที่ (Localized Hyperhidrosis)

อาการของภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ
โบท็อกซ์รักษาภาวะเหงื่อออกมาก เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมากชนิดปฐมภูมิเท่านั้น
ภาวะเหงื่อออกมากชนิดปฐมภูมิ คือภาวะเหงื่อออกแบบไม่มีโรคประจำตัวเป็นสาเหตุ แต่จะเหงื่อออกมากผิดปกติเมื่อออกกำลังกาย เจออากาศร้อน หรืออยู่ในภาวะเครียด ตื่นเต้น หรือวิตกกังวล ในกรณีนี้จะสามารถรักษาได้ด้วยโบท็อกซ์ลดเหงื่อได้
ส่วนภาวะเหงื่อออกมากชนิดทุติยภูมิ จะเป็นภาวะที่มีโรคประจำตัว หรือความผิดปกติอื่นควบคู่ ดังนั้นแนะนำให้รักษาโรคต้นเหตุก่อนเป็นอันดับแรก

หลักการรักษาโบท็อกซ์ลดเหงื่อ
ยับยั้งสารสื่อประสาทที่สั่งการให้ต่อมเหงื่อทำงาน!
การที่ต่อมเหงื่อจะหลั่งเหงื่อออกมาได้นั้นจะต้องอาศัย อะเซทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในการส่งสัญญาณ ซึ่งกรณีนี้ โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์โดย ยับยั้งการส่งผ่านอะเซทิลโคลีนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ต่อมเหงื่อได้รับสัญญาณลดลง ส่งผลให้เหงื่อออกน้อยลง
โดยทั่วไป ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาของผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แนะนำให้ติดตามและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อคงประสิทธิภาพของการรักษาไว้ต่อเนื่อง
แนะนำสำหรับผู้ที่
มีเหงื่อออกมากที่รักแร้, ฝ่ามือ, ฝ่าเท้า
ต้องการ รักษาภาวะเหงื่อออกมาก ก่อนวันสำคัญ (D-Day)
ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยในช่วงหน้าร้อน เพราะเหงื่อออกมากผิดปกติ
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

พักฟื้นน้อยใช้ชีวิตต่อได้ทันที
Q&A
นอกจากโบท็อกซ์ลดเหงื่อแล้ว มีวิธีรักษาอื่นอีกหรือไม่?
มียารับประทานที่มีส่วนผสมของ Glycopyrrolate หรือ Ditripan ซึ่งออกฤทธิ์เป็นยากลุ่มต้านโคลิเนอร์จิก ซึ่งช่วยยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อช่วยภาวะเหงื่อออกมากได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยาจะออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย จึงควรระวังโดยเฉพาะผู้ที่มีอาการตาแห้ง และอาจมีผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น ปากแห้ง หรือ ท้องผูก เป็นต้น
ข้อดีของโบท็อกซ์ในการรักษาภาวะเหงื่อออกมาก
ในกรณีที่มีภาวะเหงื่อออกมากเฉพาะที่ การรักษาด้วยโบท็อกซ์จะได้รับผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ยาทาหรือรับประทาน เมื่อยับยั้งเหงื่อในบริเวณหนึ่ง ร่างกายอาจมีเหงื่อออกมากขึ้นในบริเวณอื่น ซึ่งส่วนนี้จะเรียกว่า ภาวะเหงื่อออกชดเชย อย่างไรก็ตาม โบท็อกซ์มีข้อดีคือ เกิดภาวะเหงื่อออกชดเชยค่อนข้างต่ำ
กลัวการดื้อโบท็อกซ์!
โอกาสการดื้อโบท็อกซ์จะเกิดขึ้นต่อเมื่อฉีดในปริปริมาณมากขึ้นและฉีดบ่อยขึ้น โดยคำว่า "ฉีดถี่" หมายถึงการฉีดห่างกันน้อยกว่า 1 เดือน โดยทั่วไปแล้วปริมาณโบท็อกซ์ที่ใช้เพื่อความงามบนใบหน้าจะใช้เพียง 10-50 ยูนิต ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมาก ดังนั้นความเป็นไปได้ในการดื้อยาจึงต่ำมาก ส่วนบอดี้โบท็อกซ์ หากใช้ไม่เกิน 300 ยูนิตต่อครั้ง ก็จะเกิดโอกาสการดื้อโบท็อกซ์ต่ำเช่นกัน ดังนั้นไม่ต้องกังวล
ควรฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อช่วงไหนดี?
แนะนำให้วางแผนรักษาให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เหงื่อออกมากของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป การรักษาปีละ 1-2 ครั้งก็สามารถช่วยควบคุมภาวะเหงื่อออกมากได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเริ่มมีเหงื่อออกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม หรือ มิถุนายน การฉีดโบท็อกซ์ในช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยควบคุมการทำงานของต่อมเหงื่อในช่วงฤดูร้อน ทำให้ใช้ชีวิตได้สบายตัวและรู้สึกมั่นใจได้ยิ่งขึ้น
